ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ

ติดต่อคุณโอ๋ 08-6363-2656


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 24/05/2555
ปรับปรุงเวบเมื่อ 11/10/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 448


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (448)
แหวนเพชร
ต่างหูเพชร
กำไลเพชร
จี้เพชร
เข็มกลัดเพชร
สร้อยคอเพชร
สร้อยข้อมือเพชร
แหวนพลอย
ต่างหูพลอย
จี้พลอย
แหวนมุก
สร้อยคอไข่มุก
ต่างหูมุก
จี้มุก
สินค้าแสดงโชว์
เพชรร่วง 0.30-0.39 ct.
เพชรร่วง 0.40-0.49 ct.
เพชรร่วง 0.50-0.59 ct.
เพชรร่วง 0.60-0.69 ct.
หินสีมงคล
เพชรร่วง 1-5 กะรัต
พลอย
มุกร่วง



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ




บทความ
หลักการดูเพชรแท้หรือเทียม? (อ่าน 5307/ตอบ 0)

เทคนิคง่ายๆ 7 ประการ สำหรับการดูเพชร
จะดูว่าเพชรเม็ดไหนเป็นเพชรแท้หรือเพชรเทียมต้องอาศัยประสบการณ์พอสมควรค่ะ เพชรเทียมคือเพชรที่ทำขึ้นมาเลียนแบบเพชรแท้ คุณสมบัติทางฟิสิกส์ เคมี จะแตกต่างจากเพชรแท้โดยสิ้นเชิง ซึ่งมีหลายชนิดด้วยกัน ที่พบบ่อยๆได้ในท้องตลาดก็เห็นจะเป็น เพชรรัสเซียหรือ ที่มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Synthetic Cubic Zirconia (CZ) ส่วนเพชรเทียมอื่นๆก็มีอีกหลายตัว เช่น YAG, GGG, Synthetic moissanite (เพชรโมอิส) เป็นต้น 

สำหรับนักอัญมณีจะใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายหลายเท่าในการเช็คประกอบกับเครื่องมืออื่นๆ แต่สำหรับคนซื้อคนขายก็ควรจะมี “Loupe” ที่มีกำลังขยาย 10 เท่า (ที่เค้าใช้ในการส่องพระน่ะแหละค่ะ) ติดตัวไว้จะช่วยได้เยอะเลยทีเดียว    
1.
ดูที่ความหนาแน่น น้ำหนักของเพชร จะมีลักษณะเฉพาะเจาะจง ( specific gravity) คือ ไม่มีสสารใดจะมีน้ำหนักเท่านี้ได้ เช่น เพชร 1 กระรัต จะมีน้ำหนักที่ 0.22 กรัม ซึ่งเบามาก แต่หากเป็นของที่ใช้เลียนแบบเพชร ส่วนใหญ่จะหนักกว่าเป็นเท่าตัว แต่ถ้าเป็นของจำพวกพลาสติกก็จะเบามาก เมื่อจับดูก็แทบจะไม่รู้สึกเลยว่ามีอะไรอยู่ในมือ ซึ่งเรื่องน้ำหนักนี้แม้จะบอกไม่ได้ 100% แต่ก็เป็นตัวบ่งบอกว่าเราต้องระวัง และตั้งข้อสังเกตได้

2.
ดูความแข็ง เพราะเพชร มีอะตอมที่อยู่ใกล้กันมาก ซึ่งผลจากการที่อะตอมอยู่ใกล้กัน เวลาช่างนำมาเจียระไน ขอบที่ได้ก็จะมีความคมเฉียบ เทียบง่ายๆ ได้กับพลาสติก ซึ่งเป็นโพลีเมอร์( Polymer) จะมีอะตอมจะอยู่ห่างกัน ต่อให้ช่างเจียระไนเก่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางได้ขอบที่คม เพราะขอบพลาสติกจะยืดหยุ่น นอกจากนี้การเจียระไนเพชรนั้นจะปรากฎขอบบริเวณรอยเจียระไนของเพชร หรือเกิลเดิล (girdle) ลักษณะเป็นเส้นๆ ที่ศัพท์เทคนิคเรียกว่า หนวดเพชร

3.
ดูเหลี่ยมของเพชร ถ้าเป็นเพชรแท้เหลี่ยมจะคมชัดเนื่องจากเพชรเป็นแร่ที่แข็งที่สุด ส่วนเพชรเทียมเหลี่ยมมักไม่คมชัด ยกตัวอย่างในรูประหว่างเพชรแท้กับ CZเพชรแท้ เหลี่ยมจะคม CZ (เพชรรัสเซีย) เหลี่ยมไม่คม  ข้อควรจำอีกอย่างเวลาดูเพชรคือ จะต้องไม่ส่องดูแค่มุมเดียว ต้องส่องดูหลายๆ มุมไปจนรอบ

4.
ตำหนิภายใน เพชรแท้ส่วนใหญ่มักมีตำหนิธรรมชาติภายในอยู่แล้ว บางเม็ดอาจสังเกตเห็นได้ยาก แต่บางเม็ดก็อาจสังเกตเห็นได้ง่ายดูรอยแตก หากเป็นตำหนิแตกของเพชร จะแตกเป็นรูปเปลือกไม้ คือ ร่นลงมาเรื่อยๆ เป็นขั้นบันได แต่หากเป็นวัสดุอื่น ส่วนใหญ่เมื่อแตกจะเป็นรอยเว้า



5.
การดูค่าดัชนีหักเห (วิธีนี้ใช้ทดสอบได้เฉพาะเพชรที่มีลักษณะเม็ดกลมที่มีสัดส่วน 1 ต่อ2 ต่อ3) ซึ่งเพชรที่ดูมีสัดส่วนแบบนี้ (เพชรส่วนใหญ่มักทำเป็นลักษณะนี้) หากเป็นเพชรแท้ เมื่อแสงเข้ามายังตัวเพชร แสงทั้งหมดจะหักเหสะท้อนกลับไปที่ตาได้หมด จะไม่มีแสงทะลุลงไปถึงด้านล่างเลย เนื่องจากเพชรมีค่าการหักเหแสง (Refrective Index) ที่สูงมาก เมื่อเราวางคว่ำเพชรไว้บนกระดาษที่มีตัวหนังสือ เราจะไม่สามารถมองทะลุเห็นตัวหนังสือได้ครับ และสามารถทดสอบการหักเหคู่หรือที่เรียกว่า Doubling โดยดูจากหน้าเพชร ที่เหลี่ยม star ถ้าเห็นเหมือนมีเส้นซ้อนอีกเส้น ไม่ใช่เพชรแน่ครับ อาจเป็นเพชรโมอีส ซึ่งเป็นอัญมณีที่มีสมบัติทางแสงเป็นหักเหคู่ ขณะที่เพชรแท้ จะเป็นหักเหเดี่ยวครับ
       
6.
การกระจายแสง เพชรจะกระจายแสงออกเป็น 7 สี สะท้อนกลับมาที่ตาของเรา ซึ่งการกระจายแสงของเพชรจะ เรียกว่า “elegant” คือ สวยสง่างามพอดิบพอดี โดยแสงทั้ง 7 สี จะไม่สดจนเกินไป อย่างเพชรรัสเซีย จะสีสดมาก แสงจะจัดมาก หรือพลอยเพทาย (พลอยที่มีลักษณะคล้ายเพชร) จะมีแสง 7 สีเหมือนกัน แต่จะอ่อนกว่าเพชร  

 7. ความสม่ำเสมอของตำหนิเพชร วิธีนี้ใช้แยกได้ดีที่สุดระหว่าง เพชรแท้ และเพชรเทียม อย่าง Synthetic mouse a nite (พลอยชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเหมือนเพชรมาก เดิมเกิดเองตามธรรมชาติแต่ภายหลังมีการนำมาผลิตด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์) โดยวิธีสังเกตคือ หากเป็นเพชรจำพวกSynthetic mouse a nite เมื่อส่องดูตำหนิภายในเพชร จะมีความสม่ำเสมอ ต่างจากเพชรแท้ที่เกิดตามธรรมชาติที่ตำหนิจะไม่เท่ากัน ดังนั้นหากเห็นตำหนิที่เป็นแบบแผนมากเกินไป ก็ต้องตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่ใช่เพชร หรือเป็นสิ่งที่สร้างในห้องแลป (Lab) หรือเปล่า





© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.